วิธีควบคุมฝุ่นในห้อง Cleanroom ให้ได้มาตรฐาน

แนะนำ 6 ขั้นตอนในการรักษามาตรฐานของห้อง Cleanroom

:วิธีควบคุมฝุ่นในห้อง Cleanroom ให้ได้มาตรฐาน

ในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดระดับสูง เช่น อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยา อาหาร เครื่องมือแพทย์ และ เซมิคอนดักเตอร์ “ฝุ่น” คือศัตรูตัวสำคัญที่อาจสร้างความเสียหายมหาศาลได้ แม้เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ก็อาจทำให้สินค้าเสียหาย ในกระบวนการผลิตผิดพลาด หรือไม่ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรมได้ ซึ่งนี่จึงเป็นเหตุผลที่ Cleanroom หรือ ห้องคลีนรูม มีบทบาทสำคัญอย่างมากในโรงงานยุคใหม่ แต่การมีห้อง Cleanroom อย่างเดียวนั้น “ไม่เพียงพอ” หากไม่มีระบบควบคุมฝุ่นที่ดี เพราะหัวใจสำคัญของคลีนรูมคือ “การควบคุมอนุภาคปนเปื้อนให้อยู่ในระดับมาตรฐาน”ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณเจาะลึกวิธีควบคุมฝุ่นในห้อง Cleanroom อย่างถูกต้อง พร้อมแนวทางดูแลให้ได้มาตรฐานสากล

การทำความเข้าใจมาตรฐาน และ การจำแนกประเภทของห้อง Cleanroom

ก่อนจะเริ่มควบคุมคุณภาพ เราต้องทราบก่อนว่าเป้าหมายคืออะไร มาตรฐาน ISO 14644-1 จะแบ่งระดับห้องสะอาด หรือ Cleanroom ตามจำนวนอนุภาคฝุ่นต่อลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ ISO Class 1 (สะอาดที่สุด) ไปจนถึง ISO Class 9

  • ISO Class 5: มักใช้ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง หรือ การบรรจุยา
  • ISO Class 7-8: มักใช้ในงานประกอบทั่วไป หรือ อุตสาหกรรมอาหาร

แนะนำ 6 วิธีควบคุมฝุ่นในห้อง Cleanroom ให้ได้มาตรฐานสากล

  1. ระบบการกรองอากาศ และ การหมุนเวียน (Air Filtration System)
    หัวใจหลักของการไล่ฝุ่นออกจากห้อง Cleanroom คือระบบ HVAC (Heating, Ventilation, and Air Conditioning) ที่ติดตั้งตัวกรองอากาศคุณภาพสูงและต้องได้มาตรฐาน เช่น
  • HEPA Filter (High-Efficiency Particulate Air): ต้องสามารถกรองฝุ่นที่มีขนาด 0.3 ไมครอนได้ไม่น้อยกว่า 99.97%
  • ULPA Filter (Ultra-Low Particulate Air): สำหรับห้องที่ต้องการความสะอาดระดับ ISO Class 1-3 โดยกรองอนุภาคขนาด 0.12 ไมครอนได้ถึง 99.9995%
  • Laminar Air Flow: การออกแบบทิศทางลมให้ไหลเป็นทางเดียว (Unidirectional) จากเพดานลงสู่พื้น เพื่อพัดพาฝุ่นออกจากพื้นที่ปฏิบัติงานทันทีโดยไม่เกิดกระแสลมหมุนวน (Turbulence) ที่จะกักเก็บฝุ่นไว้
  1. การควบคุมแรงดันอากาศ (Differential Pressure)
    การป้องกันไม่ให้ฝุ่นจากภายนอก "หลุด" เข้ามาในห้องสะอาด ทำได้โดยการสร้าง Positive Pressure (แรงดันบวก) โดยอากาศภายในห้องสะอาดต้องมีแรงดันสูงกว่าพื้นที่ข้างเคียง (เช่น โถงทางเดิน หรือห้องเปลี่ยนชุด) และ เมื่อมีการเปิดประตู อากาศจะไหลจากด้านในออกสู่ด้านนอกเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นย้อนกลับเข้ามา
  1. มาตรฐานการเข้า-ออก และชุดปฏิบัติงาน (Personnel Protocol)
    "มนุษย์" คือแหล่งกำเนิดฝุ่นที่ใหญ่ที่สุดในห้อง Cleanroom ทั้งจากผิวหนัง เส้นผม และ เสื้อผ้า การควบคุมจึงต้องเข้มงวด ด้วย
  • Air Shower: อุโมงค์ลมเป่าแรงดันสูงเพื่อขจัดฝุ่นออกจากตัวบุคลากรก่อนเข้าสู่พื้นที่ควบคุม
  • Cleanroom Garments: การสวมชุดที่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์พิเศษที่ไม่ก่อให้เกิดฝุ่น (Lint-free) ประกอบด้วย ชุดคลุม (Coverall), ฮู้ด, หน้ากาก, ถุงมือ และ รองเท้าเฉพาะทาง
  • Gowning Procedure: ขั้นตอนการแต่งตัวต้องเรียงลำดับจากบนลงล่าง เพื่อป้องกันฝุ่นจากส่วนบนตกลงไปปนเปื้อนส่วนที่สะอาดแล้ว
  1. การจัดการวัสดุ และ อุปกรณ์ (Material Transfer)
    สิ่งของทุกอย่างที่นำเข้าห้อง Cleanroom ต้องผ่านกระบวนการทำความสะอาดเสมอ
  • Pass Box: กล่องส่งของที่มีระบบ Interlock (เปิดได้ทีละด้าน) และ บางรุ่นมีระบบเป่าลมสะอาดในตัว เพื่อลดการเปิดประตูห้องใหญ่ทิ้งไว้
  • Cleaning strictly: อุปกรณ์ต้องเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดเฉพาะทาง หรือ ใช้ผ้าเช็ดไร้ฝุ่น (Cleanroom Wipes)
  1. การดูแลรักษาความสะอาดพื้นผิว (Surface Contamination Control)
    ฝุ่นที่ตกลงบนพื้น หรือ โต๊ะทำงานสามารถฟุ้งกระจายกลับสู่อากาศได้หากมีการเคลื่อนไหวจึงต้องรักษาความสะอาดด้วย
  • Sticky Mats: พรมดักฝุ่นกาวที่วางไว้หน้าทางเข้าเพื่อดึงฝุ่นจากใต้รองเท้า
  • Mopping & Vacuuming: การถูพื้นต้องใช้ไม้ม็อบที่ทำจากวัสดุที่ไม่แตกตัวเป็นฝุ่น และ เครื่องดูดฝุ่นต้องติดตั้ง HEPA Filter ที่ช่องลมออก
  1. การตรวจวัด และ ประเมินผล (Monitoring & Validation)
    การควบคุมฝุ่นจะเป็นไปตามมาตรฐานได้จริง ต้องมีการตรวจวัดด้วยเครื่องมือที่แม่นยำ เช่น
  • Particle Counter: เครื่องนับจำนวนอนุภาคฝุ่นในอากาศ เพื่อยืนยันว่าห้องยังอยู่ใน Class ที่กำหนด
  • Air Velocity Measurement: ตรวจวัดความเร็วลมเพื่อให้แน่ใจว่าการไหลเวียนของอากาศยังคงมีประสิทธิภาพ
  • Recovery Time Test: การทดสอบว่าหากมีการปนเปื้อน ระบบจะใช้เวลานานเท่าใดในการกำจัดฝุ่นออกไปจนกลับสู่สภาวะปกติ

การควบคุมฝุ่นในห้อง Cleanroom ให้ได้มาตรฐานสากลนั้น ไม่ใช่เพียงการติดตั้งเครื่องกรองอากาศคุณภาพสูงเท่านั้น แต่คือการบริหารจัดการ "4M" อย่างบูรณาการ ได้แก่ Man (คน), Machine (เครื่องจักร), Material (วัสดุ) และ Method (วิธีการ) ดังนั้นหากสนใจติดตั้ง Cleanroom ที่ได้มาตรฐานเราขอแนะนำ JAF เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์ ระบบ Cleanroom ซึ่งรักษาคุณภาพทางอากาศได้อย่างเต็มที่อีกทั้งยังช่วย การควบคุมมลพิษทางอากาศที่ครอบคลุม โดยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์การใช้งาน และ แก้ปัญหาลูกค้าให้หมดไป อีกทั้งยังมีบริการให้คำปรึกษาทั้งก่อน และ บริการหลังการขายที่ดีอีกด้วย

ติดต่อสอบถาม 
บริษัท เจแปน แอร์ฟิลเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด

ที่อยู่: 499/26 หมู่ที่ 13 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
Tel: 02-186-8942-3, 096-801-2236
Email : sales@jafthailand.com