ทำไมสำนักงาน และ โรงพยาบาลถึงนิยมใช้ HEPA Filter
HEPA Filter อีกหนึ่งตัวช่วยให้สำนักงาน และ โรงพยาบาลปลอดภัยจากฝุ่น และ เชื้อโรค
![]()
ในยุคที่ผู้คนให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากเกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 โรคทางเดินหายใจ และ การแพร่กระจายของเชื้อโรคในอากาศ ระบบกรองอากาศจึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาคารสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน โรงพยาบาล ห้องคลีนรูม หรือ อาคารเชิงพาณิชย์ โดยหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ HEPA Filter ซึ่งถูกยอมรับว่าเป็นมาตรฐานสำคัญในการกรองอนุภาคขนาดเล็ก และ เชื้อโรคในอากาศ คำถามคือ ทำไมสำนักงานและโรงพยาบาลถึงนิยมใช้ HEPA Filter? ระบบนี้ดีกว่าการกรองทั่วไปอย่างไร? และ คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?
ดังนั้นบทความนี้จะพาคุณเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับ HEPA Filter ตั้งแต่หลักการทำงาน ข้อดี การใช้งาน ไปจนถึงแนวโน้มในอนาคต
HEPA Filter คืออะไร? ทำความรู้จักกับ "มาตรฐานทองคำ" ของการกรอง
HEPA ย่อมาจาก High-Efficiency Particulate Air ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อ แต่เป็น "มาตรฐานประสิทธิภาพ" การกรองอากาศที่ถูกกำหนดโดยกระทรวงพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา (DOE) โดยหัวใจสำคัญของ HEPA Filter คือความสามารถในการดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กถึง 0.3 ไมครอน ได้อย่างน้อย 99.97% ซึ่งตัวเลข 0.3 ไมครอนนี้เองที่เป็นจุดที่กรองได้ยากที่สุด (Most Penetrating Particle Size - MPPS) ดังนั้นหากมันกรองอนุภาคขนาดนี้ได้ อนุภาคที่ใหญ่กว่า หรือ เล็กกว่านั้นก็จะถูกดักจับได้ดียิ่งขึ้นไปอีก
ทำไม "โรงพยาบาล" ถึงขาด HEPA Filter ไม่ได้?
ในสภาพแวดล้อมของสถานพยาบาล อากาศเปรียบเสมือนพาหะที่นำพาทั้งชีวิต และ ความเสี่ยงมาให้ ซึ่งการใช้ HEPA Filter จึงมีเหตุผลสำคัญดังนี้
- การควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อโรค (Infection Control): เชื้อแบคทีเรีย และ ไวรัสหลายๆชนิดมีขนาดเล็กมาก หรือ มักจะเกาะตัวไปกับละอองฝุ่น และ หยดละอองฝอย (Droplets) HEPA Filter สามารถดักจับเชื้อเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงลดโอกาสการติดเชื้อในโรงพยาบาลได้ (Nosocomial Infections)
- ความจำเป็นในห้องผ่าตัด และ ห้องไอซียู: ในพื้นที่วิกฤต อากาศต้องบริสุทธิ์เกือบ 100% เพื่อป้องกันไม่ให้แผลเปิดของคนป่วยสัมผัสกับเชื้อโรคในอากาศ
- ห้องแยกโรคความดันลบ (Negative Pressure Room): สำหรับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ เช่น COVID-19 หรือ วัณโรค ระบบอากาศจะต้องผ่าน HEPA Filter ก่อนจะระบายออกสู่ภายนอก เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเชื้อเล็ดลอดไปสู่ชุมชน
"สำนักงานยุคใหม่" กับความนิยมในการใช้ HEPA Filter
สำหรับอาคารสำนักงาน เหตุผลหลักๆในการใช้ HEPA Filter จะอยู่ที่การสร้าง Healthy Workplace หรือ สภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งมีประโยชน์ดังนี้
- ช่วยรับมือกับฝุ่น PM 2.5: ในเมืองใหญ่ๆที่มีวิกฤตฝุ่นละอองรุนแรงขึ้นทุกปี เครื่องเติมอากาศ หรือเครื่องฟอกอากาศในสำนักงานที่ติดตั้ง HEPA Filter คือด่านหน้าในการปกป้องพนักงานจากฝุ่นจิ๋วที่สามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้
- ลดปัญหา Sick Building Syndrome (SBS): อาการล้า ปวดหัว หรือ ระคายเคืองตาของพนักงาน มักเกิดจากอากาศที่ไม่ถ่ายเท และ มีสารปนเปื้อน การใช้ HEPA Filter จะช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ ละอองเกสร และ ฝุ่นจากพรม หรือ เฟอร์นิเจอร์ได้
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity): งานวิจัยหลายๆชิ้นยืนยันว่า อากาศที่สะอาดช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ลดอัตราการลาป่วยของพนักงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการของบริษัท
การเลือกใช้ HEPA Filter ให้คุ้มค่า และ ได้มาตรฐาน
ก่อนการตัดสินใจติดตั้ง HEPA Filter ไม่ว่าจะเป็นในระดับครัวเรือน สำนักงาน หรือ โรงพยาบาล ควรพิจารณาสิ่งเหล่านี้ก่อน ได้แก่
- True HEPA vs. HEPA-Type: ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็น "True HEPA" ที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน ISO หรือ EN 1822 เพราะคำว่า HEPA-Type อาจเป็นเพียงการโฆษณาที่ประสิทธิภาพไม่ถึงเกณฑ์
- CADR (Clean Air Delivery Rate): ปริมาณอากาศสะอาดที่เครื่องผลิตได้ต้องสัมพันธ์กับขนาดของห้อง
- การบำรุงรักษา: HEPA Filter ไม่สามารถล้างน้ำได้ ต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน โดยประมาณ 12-18 เดือน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และ ไม่ให้พัดลมเครื่องทำงานหนักเกินไป
จะเห็นว่าการที่สำนักงาน และ โรงพยาบาลนิยมใช้ HEPA Filter ไม่ใช่เพียงใช้ตามกระแส แต่เพราะความสามารถในการกรองที่พิสูจน์ได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ มันคือการลงทุนใน "อากาศ" ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สุดของการมีสุขภาวะที่ดี ในโลกที่เต็มไปด้วยมลพิษ และ เชื้อโรค การมีเกราะป้องกันที่วางใจได้ระดับ 99.97% จึงเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดเพื่อพนักงาน และ ผู้ป่วยทุกคน ดังนั้นหากสนใจระบบกรอง HEPA Filter ที่มีประสิทธิภาพเราขอแนะนำ JAF เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์ ระบบกรองอากาศ HEPA Filter ซึ่งรักษาคุณภาพทางอากาศได้อย่างเต็มที่อีกทั้งยังช่วย การควบคุมมลพิษทางอากาศที่ครอบคลุม โดยมีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์การใช้งาน และ แก้ปัญหาลูกค้าให้หมดไป อีกทั้งยังมีบริการให้คำปรึกษาทั้งก่อน และ บริการหลังการขายที่ดีอีกด้วย
ติดต่อสอบถาม
บริษัท เจแปน แอร์ฟิลเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
ที่อยู่: 499/26 หมู่ที่ 13 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
Tel: 02-186-8942-3, 096-801-2236
Email : sales@jafthailand.com
