10 ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งแผ่นกรองอากาศห้องสะอาด
ก่อนจะเลือกติดตั้งระบบกรองอากาศในห้องสะอาดควรรู้ 10 สิ่งเหล่านี้ก่อนเสมอ
ในอุตสาหกรรมที่ต้องการการควบคุมคุณภาพอากาศอย่างเข้มงวด เช่น โรงงานผลิตยา อาหาร เครื่องมือแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์ และ ห้องปฏิบัติการวิจัย การออกแบบ ห้องสะอาด (Cleanroom) ถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต เพราะแม้ฝุ่นละออง หรือ อนุภาคขนาดเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ก็อาจส่งผลต่อคุณภาพสินค้า ประสิทธิภาพการผลิต และ ความปลอดภัยของผู้ใช้งานได้ หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบห้องสะอาด คือ แผ่นกรองอากาศห้องสะอาด (Air Filter) ซึ่งทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละออง เชื้อจุลินทรีย์ เกสร สปอร์ และ อนุภาคขนาดเล็ก ก่อนที่อากาศจะถูกส่งเข้าสู่พื้นที่ควบคุม หากเลือกแผ่นกรองไม่เหมาะสม ติดตั้งไม่ถูกวิธี หรือ ขาดการบำรุงรักษา อาจทำให้ระบบปรับอากาศทำงานหนัก สิ้นเปลืองพลังงาน และ ไม่สามารถรักษามาตรฐานความสะอาดของห้องได้ ดังนั้นบทความนี้จะรวบรวม 10 ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งแผ่นกรองอากาศห้องสะอาด เพื่อช่วยให้เจ้าของโรงงาน วิศวกร ผู้ออกแบบระบบ HVAC และ ผู้ประกอบการสามารถวางแผนระบบห้องสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แผ่นกรองอากาศห้องสะอาดมีความสำคัญอย่างไร?
ระบบกรองอากาศนั้นเป็นหัวใจของห้องสะอาด เพราะจะช่วยดักจับสิ่งปนเปื้อนก่อนที่อากาศจะเข้าสู่พื้นที่ผลิต หากไม่มีระบบกรองที่มีประสิทธิภาพ อนุภาคขนาดเล็กอาจปนเปื้อนผลิตภัณฑ์ จนทำให้เกิดของเสีย หรือ กระทบต่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานได้ นอกจากนี้ แผ่นกรองอากาศยังช่วยลดปริมาณฝุ่น PM และ อนุภาคขนาดเล็ก , ลดเชื้อแบคทีเรีย และ เชื้อราในอากาศ , ช่วยรักษาระดับความสะอาดตามมาตรฐาน ISO , ป้องกันการสะสมของสิ่งปนเปื้อนในระบบ HVAC และ ยังเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ อีกด้วย
ประเภทของแผ่นกรองอากาศสำหรับห้องสะอาดที่ควรรู้
ก่อนจะเลือกติดตั้งระบบกรองอากาศควรเข้าใจประเภทของแผ่นกรองอากาศแต่ละชนิดก่อน เนื่องจากแต่ละประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน
-
Pre Filter
Pre Filter หรือ แผ่นกรองชั้นต้น ทำหน้าที่ดักจับฝุ่นละอองขนาดใหญ่ เช่น เส้นใย ฝุ่นหยาบ และ แมลง ก่อนที่อากาศจะเข้าสู่แผ่นกรองขั้นถัดไป ข้อดี คือช่วยยืดอายุการใช้งานของแผ่นกรองประสิทธิภาพสูง และ ลดภาระของระบบปรับอากาศ
-
Medium Filter
Medium Filter เป็นแผ่นกรองชั้นกลาง ใช้ดักจับฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กลงมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพก่อนอากาศจะเข้าสู่ HEPA Filter โดยนิยมใช้ร่วมกับระบบ HVAC ในโรงงาน และ อาคารที่ต้องการคุณภาพอากาศสูง
-
HEPA Filter
HEPA (High Efficiency Particulate Air Filter) เป็นแผ่นกรองที่สามารถดักจับอนุภาคขนาดประมาณ 0.3 ไมครอนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง เหมาะสำหรับห้องสะอาด โรงพยาบาล และอุตสาหกรรมที่ต้องการควบคุมฝุ่น และ เชื้อโรค
-
ULPA Filter
ULPA (Ultra Low Penetration Air Filter) เป็นแผ่นกรองที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า HEPA สามารถดักจับอนุภาคที่มีขนาดเล็กมาก เหมาะกับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ห้องวิจัย และ กระบวนการผลิตที่ต้องการความสะอาดระดับสูงสุด
10 ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งแผ่นกรองอากาศห้องสะอาด
-
เลือกประเภทของแผ่นกรองให้เหมาะกับมาตรฐานห้องสะอาด
ไม่ใช่ทุกห้องสะอาดจะต้องใช้ HEPA/ULPA Filter เสมอไป การเลือกแผ่นกรองควรอ้างอิงจากมาตรฐาน ISO Class ระดับความสะอาด และ ประเภทของกระบวนการผลิต เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และ ประสิทธิภาพสูงสุด
-
พิจารณาประสิทธิภาพการกรอง
ควรตรวจสอบค่าประสิทธิภาพของแผ่นกรอง เช่น ความสามารถในการดักจับอนุภาคตามมาตรฐาน ASHRAE 52.2, EN 779, EN 1822, ISO 16890 และ ISO 29463 เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับการใช้งานได้จริง
-
ตรวจสอบอัตราการไหลของอากาศ (Airflow)
แผ่นกรองอากาศที่ดีต้องสามารถรองรับปริมาณลมที่ระบบ HVAC ออกแบบไว้ หากเลือกผิดประเภท อาจทำให้แรงดันอากาศตก ส่งผลให้พัดลมทำงานหนัก และ สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าเดิม
-
คำนึงถึงค่า Pressure Drop
แผ่นกรองทุกชนิดจะสร้างความต้านทานต่อการไหลของอากาศ หากมีค่า Pressure Drop สูงเกินไป อาจเพิ่มภาระให้กับระบบปรับอากาศ และ ทำให้ต้นทุนด้านพลังงานสูงขึ้น
-
เลือกวัสดุที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม
กรอบแผ่นกรองมีทั้งแบบอะลูมิเนียม เหล็กชุบสังกะสี พลาสติก และ สเตนเลส ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพการใช้งาน เช่น เป็นพื้นที่ที่มีความชื้นสูง หรือ ห้องที่ต้องล้างทำความสะอาดเป็นประจำ
-
ตรวจสอบการซีล และ การติดตั้ง
แม้แผ่นกรองจะมีประสิทธิภาพสูง แต่หากติดตั้งไม่แน่น หรือ มีช่องว่างเกิดขึ้น อากาศอาจรั่วผ่านโดยไม่ผ่านการกรอง ทำให้ประสิทธิภาพของห้องสะอาดลดลงอย่างมาก
-
วางแผนการบำรุงรักษา
แผ่นกรองอากาศทุกชนิดมีอายุการใช้งาน การวางแผนตรวจสอบ และ เปลี่ยนตามระยะเวลาที่เหมาะสม จะช่วยรักษาคุณภาพอากาศ และ ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้
-
เลือกผู้ผลิต หรือ ผู้จำหน่ายที่ได้มาตรฐาน
ควรเลือกแผ่นกรองจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐานการผลิต และ มีเอกสารรับรองประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพของสินค้า
-
ตรวจสอบความเข้ากันได้กับระบบ HVAC
ก่อนติดตั้งแผ่นกรอง ควรตรวจสอบว่าแผ่นกรองมีขนาด รูปแบบ และ คุณสมบัติที่เหมาะสมกับระบบ HVAC และ ชุดกรองเดิม เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในการใช้งาน
-
ทดสอบระบบหลังการติดตั้ง
หลังติดตั้งควรมีการทดสอบ เช่น การตรวจหารอยรั่ว (Leak Test) การวัดแรงดัน และ การวัดปริมาณอนุภาคในอากาศ เพื่อยืนยันว่าระบบทำงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด
เราจะพบว่าระบบกรองอากาศในห้องสะอาดที่ได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่เพียงแต่จะช่วยให้โรงงาน หรือ สถานพยาบาลของคุณสามารถผ่านการรับรองมาตรฐานสากลได้อย่างง่ายดายเท่านั้น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องจักร ปกป้องสิ่งแวดล้อม และ เหนือสิ่งอื่นใดคือ "การปกป้องสุขภาพ และ ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานรวมถึงผู้บริโภค" ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นหากสนใจระบบกรองอากาศในห้องสะอาดที่ได้มาตรฐานเราขอแนะนำ JAF เป็นผู้ให้บริการชั้นนำด้านผลิตภัณฑ์ ระบบกรองอากาศอุตสาหกรรม ซึ่งรักษาคุณภาพทางอากาศได้อย่างเต็มที่อีกทั้งยังช่วย การควบคุมมลพิษทางอากาศที่ครอบคลุม โดยมีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากว่า 20 ปี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ให้ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์การใช้งาน และ แก้ปัญหาลูกค้าให้หมดไป อีกทั้งยังมีบริการให้คำปรึกษาทั้งก่อน และ บริการหลังการขายที่ดีอีกด้วย
ติดต่อสอบถาม
บริษัท เจแปน แอร์ฟิลเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
ที่อยู่: 499/26 หมู่ที่ 13 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
Tel: 02-186-8942-3, 096-801-2236
Email :sales@jafthailand.com
_(2).jpg)
