ฝุ่น PM 2.5 อันตรายแค่ไหน? โรงงานและออฟฟิศควรใช้เครื่องฟอกอากาศแบบใด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นความเสี่ยงด้านสุขภาพและการดำเนินธุรกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารสำนักงานที่มีคนทำงานจำนวนมาก การเลือกใช้ เครื่องฟอกอากาศ หรือระบบฟอกอากาศที่เหมาะสม จึงไม่ใช่แค่เรื่องความสบาย แต่เป็นเรื่องของความปลอดภัย สุขภาพ และความต่อเนื่องขององค์กรในระยะยาว
ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร และอันตรายมากกว่าที่คิดอย่างไร
ฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน เล็กจนสามารถแทรกผ่านระบบทางเดินหายใจเข้าสู่ปอด และบางส่วนสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง แหล่งกำเนิดฝุ่นชนิดนี้มาจากการเผาไหม้ เครื่องจักร โรงงานอุตสาหกรรม การจราจร และกระบวนการผลิตต่าง ๆ
ผลกระทบที่พบได้บ่อย ได้แก่
- ระคายเคืองตา จมูก และลำคอ
- เพิ่มความเสี่ยงโรคระบบทางเดินหายใจ
- กระทบระบบหัวใจและหลอดเลือด
- ลดประสิทธิภาพการทำงาน และเพิ่มอัตราการลาป่วยของพนักงาน
ในบริบทของโรงงานและออฟฟิศ ฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้กระทบแค่บุคคล แต่ส่งผลต่อ Productivity, Compliance และภาพลักษณ์องค์กร โดยตรง
ทำไมโรงงานและออฟฟิศจึงควรให้ความสำคัญกับการฟอกอากาศ
หลายองค์กรเข้าใจว่าการติดตั้งระบบปรับอากาศเพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง ระบบแอร์ทั่วไปไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกรองฝุ่น PM 2.5 หรือสารปนเปื้อนขนาดเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ
การลงทุนใน เครื่อง ฟอกอากาศ หรือระบบฟอกอากาศที่เหมาะสม ช่วยให้
- ลดความเข้มข้นของฝุ่น PM 2.5 ภายในอาคาร
- ป้องกันการสะสมของฝุ่นในระบบ HVAC
- สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและได้มาตรฐาน
- รองรับข้อกำหนดด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
เครื่องฟอกอากาศสำหรับโรงงานและออฟฟิศ แตกต่างจากเครื่องใช้ในบ้านอย่างไร
เครื่องฟอกอากาศสำหรับอุตสาหกรรมและอาคารสำนักงาน ถูกออกแบบให้รองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ ปริมาณอากาศสูง และการใช้งานต่อเนื่อง แตกต่างจากเครื่องฟอกอากาศสำหรับบ้านในหลายด้าน เช่น
- อัตราการไหลของอากาศ (Airflow) สูงกว่า
- ใช้ระบบกรองหลายชั้น เช่น Pre Filter, Medium Filter, HEPA Filter และ Carbon Filter
- รองรับฝุ่น สารเคมี กลิ่น และก๊าซจากกระบวนการผลิต
- ออกแบบให้บำรุงรักษาและเปลี่ยนไส้กรองได้ตามรอบการใช้งานจริง
ระบบฟอกอากาศแบบใดเหมาะกับโรงงานและออฟฟิศมากที่สุด
ระบบฟอกอากาศแบบติดตั้งกับ HVAC เหมาะสำหรับอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ โรงงาน หรือพื้นที่ที่มีระบบปรับอากาศรวม สามารถควบคุมคุณภาพอากาศทั้งอาคารได้อย่างสม่ำเสมอ
เครื่องฟอกอากาศแบบแยกจุด (Standalone Air Purifier) เหมาะสำหรับพื้นที่เฉพาะ เช่น ห้องประชุม ห้องควบคุม ห้องปฏิบัติการ หรือโซนที่มีฝุ่นสะสมสูง
ระบบฟอกอากาศเฉพาะทางสำหรับโรงงาน ใช้ในพื้นที่ที่มีฝุ่นอุตสาหกรรม สารเคมี หรือกลิ่นเฉพาะ ต้องเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบตามลักษณะการใช้งานจริง
เลือกเครื่องฟอกอากาศอย่างไรให้ตอบโจทย์องค์กร
ก่อนตัดสินใจเลือก เครื่อง ฟอกอากาศ สำหรับโรงงานหรือออฟฟิศ ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้
- ประเภทและปริมาณฝุ่น PM 2.5
- ขนาดพื้นที่และจำนวนคนใช้งาน
- มาตรฐานการกรอง เช่น HEPA หรือมาตรฐานสากลอื่น ๆ
- ความง่ายในการบำรุงรักษาและต้นทุนระยะยาว
- ผู้ให้บริการต้องมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเครื่องฟอกอากาศและฝุ่น PM 2.5
Q: เครื่องฟอกอากาศช่วยลด PM 2.5 ได้จริงหรือไม่
A: หากเลือกเครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรอง HEPA หรือระบบกรองที่เหมาะสม สามารถลดฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Q: โรงงานจำเป็นต้องใช้เครื่องฟอกอากาศทุกพื้นที่หรือไม่
A: ไม่จำเป็นทุกพื้นที่ แต่ควรประเมินจุดเสี่ยง เช่น พื้นที่ผลิต ห้องควบคุม หรือพื้นที่ที่มีพนักงานทำงานต่อเนื่อง
Q: ควรเปลี่ยนแผ่นกรองบ่อยแค่ไหน
A: ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมและการใช้งานจริง โดยทั่วไปควรมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาตามรอบที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำ
ฝุ่น PM 2.5 เป็นความเสี่ยงที่ส่งผลทั้งต่อสุขภาพบุคลากรและประสิทธิภาพองค์กร โรงงานและออฟฟิศที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศ ย่อมได้เปรียบทั้งในด้านความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน การเลือกใช้ เครื่อง ฟอกอากาศ และระบบฟอกอากาศที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานจริง จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว
เจแปน แอร์ฟิลเตอร์ (ไทยแลนด์) ให้บริการโซลูชันระบบกรองอากาศและเครื่องฟอกอากาศจากประเทศญี่ปุ่น ครอบคลุมทั้งโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารสำนักงาน ด้วยประสบการณ์และมาตรฐานระดับสากล ช่วยให้องค์กรสามารถควบคุมคุณภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
สนใจติดต่อสอบถาม
บริษัท เจแปน แอร์ฟิลเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
ที่อยู่ 499/26 หมู่ที่ 13 ตำบลราชาเทวะ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ 10540
TEL:02-186-8942-3, 096-801-2236
Email : sales@jafthailand.com



